บทนำ
บท 1
“ปราง...”
เสียงเรียกแผ่วเบาดังขึ้นจากด้านหลัง
หญิงสาวที่กำลังใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมชะงักมือทันที เธอค่อยๆ หันกลับไปมองข้างหลัง ก็ไม่มีใคร
“คิดมากไปเองยัยปราง”
เธอพูดปลอบใจตัวเองแล้วเดินไปนั่งลงที่ปลายเตียง ช่วงนี้เธอนอนไม่ค่อยหลับ ตั้งแต่ 'เดช' เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามเดือนก่อน เธอก็ฝันถึงเขาบ่อยขึ้น แต่เสียงเมื่อครู่... เธอคิดว่าคงเป็นเพราะตัวเองเหนื่อยจากงาน พรุ่งนี้ต้องเข้าออฟฟิศแต่เช้า
หญิงสาววางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนล้มตัวลงนอน
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
มะปรางลืมตาขึ้น เสียงเคาะประตูดังมาจากหน้าห้อง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา 02:13 น.
“ใครมาเคาะเวลานี้วะ...”
เธอตัดใจลุกขึ้นเดินไปที่ประตู
“ใครคะ?”
ไม่มีเสียงตอบกลับ มะปรางส่องตาเข้ากับช่องตาแมว ทางเดินหน้าห้องไม่มีวี่แววของคน
“สงสัยห้องอื่นเคาะมั้ง” เธอพึมพำแล้วทำท่าจะเดินกลับ
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันดังมาจากด้านในห้อง...
“ไม่ตลกนะ...”
เธอเดินกลับไปที่เตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดไฟฉายส่องไปรอบห้อง แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
“คงหูฝาดแหละ” หญิงสาวปิดไฟแล้วกลับไปนอนใต้ผ้าห่ม
ผ่านไปไม่ถึงห้านาที เสียงเคาะก็ดังขึ้นอีก
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ครั้งนี้มันดังมาจากประตูห้องนอนจริงๆ มะปรางรีบดูกล้องในโทรศัพท์ ภาพกล้องวงจรปิดหน้าห้องปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ไม่มีใครยืนอยู่เลยสักคน
“เห็นไหม ไม่มีใครสักหน่อย” เธอพึมพำกับตัวเอง
แล้วเสียงหนึ่งก็ดังกระซิบที่ข้างหู
“ปราง”
มะปรางตัวแข็งทื่อ เสียงนั้น... เธอจำได้แม่น
“ปราง เปิดประตูให้พี่”
โทรศัพท์ในมือแทบร่วงหล่น
“พี่เดช...?”
“พี่กลับมาหาแล้ว”
มะปรางรีบถอยไปชิดกับหัวเตียง “เป็นไปไม่ได้...”
“พี่คิดถึงปราง”
“ไม่! พี่เดชตายไปแล้ว!”
เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา
“แล้วไง”
“คนตายแล้วจะกลับมาได้ยังไง!”
“พี่บอกแล้วไง...”
“ต่อให้พี่ตาย พี่ก็ไม่ปล่อยปรางไป”
มะปรางรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมหัว เธอสั่นไปด้วยความกลัว แม้เสียงจะเงียบหายไปแล้ว แต่เธอก็นั่งขดตัวอยู่บนเตียงเกือบชั่วโมง ก่อนจะกล้าโผล่หัวออกมามองรอบห้อง
“เห็นไหม... ผีที่ไหนกัน เราแค่หลอนไปเอง”
เธอลุกขึ้นไปปิดประตูแล้วเดินกลับมา แต่พอเดินผ่านกระจกตรงหน้าตู้เสื้อผ้า... มะปรางก็เห็นเงาผู้ชายคนหนึ่งยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง เธอหันขวับกลับไปทันที แต่ก็ไม่มีใครอยู่ เธอค่อยๆ หันกลับไปมองกระจกอีกครั้ง ชายคนนั้นยังคงยืนอยู่ในกระจก เสื้อเชิ้ตสีขาวเปื้อนเลือด ใบหน้าซีดเผือด ดวงตาจ้องมองเธอ
“กรี๊ดดดดดด!”
เธอหันหลังกลับไปมองอีกครั้ง ก็พบเพียงความว่างเปล่า
“ไม่มีอะไร... เครียดไปเองทั้งนั้น”
สองวันต่อมา หลังไปอาศัยนอนบ้านแพร เธอคิดว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเกิดจากอาการประสาทหลอนเพราะพักผ่อนน้อย
ทว่าทันทีที่เปิดประตูห้อง...
ของที่เคยเก็บใส่กล่องของเดชกลับถูกนำออกมากองไว้กลางห้อง รูปถ่ายคู่กับเดชวางอยู่บนโต๊ะ ทั้งที่เธอเป็นคนแพ็กเก็บเข้าตู้ไปแล้วกับมือ มะปรางก้าวขาไม่ออก เธอเดินเข้าไปหยิบรูปขึ้นมา ในภาพเธอกำลังยิ้มอยู่ข้างเดช
ติ่ง!
โทรศัพท์สั่นเตือนข้อความจากใครบางคน
คิดถึงพี่ไหม
ข้อความใหม่แทรกเข้ามาทันที
พี่อยู่ข้างหลังปราง
มะปรางยืนแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวหลังมอง โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง
หันมาสิ
มะปรางทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งออกจากห้องทันที ครั้งนี้เธอไม่คิดแล้วว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือคิดไปเอง เธอต่อสายหาแม่ทันที
“ว่าจั่งใด๋ล่ะลูกปราง?” (ว่าไงลูก?)
“แม่...” มะปรางเสียงสั่น
“แม่กับพ่อยังไม่นอนใช่ไหม...”
“กำลังสิเคลิ้มหลับนี่ล่ะ มีหยังบ่ลูก เสียงคือเป็นจั่งซั่น?” (กำลังจะเคลิ้มหลับเลย มีอะไรหรือเปล่า เสียงทำไมเป็นอย่างงั้น?) น้ำเสียงแม่เริ่มตระหนก
“หนูถามอะไรหน่อย... แม่เคยได้ยินเรื่องคนตายแล้วกลับมาหาคนเป็นไหม?”
ปลายสายเงียบกริบไปพักใหญ่ ก่อนที่แม่จะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เป็นหยั่งมึงคือถามจั่งซี้... เกิดหยังขึ้น?” (ทำไมถึงถามอย่างงั้นลูก เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?)
มะปรางเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
“พ่อ! พ่อมันเอ๊ย! มาเว้ากับลูกเบิ่งแนเร็ว!” (พ่อ! พ่อ! มาดูลูกหน่อยเร็ว!)
“มีหยั่ง? เอิ้นเสียงดังแท้” (มีไร? เรียกเสียงดังจัง)
แม่ยื่นโทรศัพท์ให้พ่อ “คุยกับลูกแมะ อีปรางมันโดนผีบักเดชตามหลอกตามหลอนอยู่นู่น!” (คุยกับลูกหน่อย ปรางมันโดนผีเดชตามหลอกตามหลอนอยู่นู่น!) พ่อรีบรับสายไปแนบหู น้ำเสียงขรึมเข้มขึ้นทันที
“ปราง ฟังพ่อเด้อลูก” (ปราง ฟังพ่อนะ)
“ค่ะพ่อ...”
“มึงเก็บเสื้อผ้า กลับมาบ้านเฮ้าก่อน” (เก็บเสื้อผ้า กลับมาบ้านเราก่อน)
“พ่อ... แต่หนูต้องทำงานนะ”
“ลางาน” พ่อมสั่งเสียงแข็ง
“ลางานลาจักวันก็ลาไป เรื่องใหญ่ปานนี้มึงสิอยู่นั่นคนเดียวได้จั่งใด๋” (ลางานกี่วันก็ลาไป เรื่องมาขนาดนี้ลูกจะคนเดี๋ยวได้ไง)
“ทำไมต้องให้หนูกลับด้วยล่ะพ่อ...”
“เรื่องนี้กูบ่อยากให้มึงอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว” (เรื่องนี้พ่อไม่อยากให้ลูกอยู่กรุงเทพฯ คนเดียว)
“พ่อรู้จักคนสิซ่อยมึงได้” (พ่อรู้จักคนที่จะช่วยลูกได้)
“ใครเหรอพ่อ?”
“พ่อหมอ”
มะปรางเงียบไปครู่หนึ่ง
“หมอผีเนี่ยนะพ่อ?”
“เออ” พ่อตอบ
“เพิ่นเก่งคัก ชาวบ้านแถวนี้เคารพเพิ่นเบิด มาให้เพิ่นซ่อยผูกขวัญไล่ผีออกให้” (เขาเก่งมาก ชาวบ้านแถวนี้เคารพเขาหมด ให้เขาช่วยผูกขวัญไล่ผีให้)
มะปรางไม่มีคำตอบ ภาพเดชในกระจกยังคงติดตา สุดท้ายเธอก็ต้องยอม “ก็ได้ค่ะ... หนูจะรีบกลับ”
“เออ ดีแล้ว แม่สิเตรียมห้องไว้รอเด้อ” (ดีแล้ว แม่จะเตรียมห้องไว้รอนะ) แม่พูดแทรกขึ้น
ก่อนจะวางสาย มะปรางถามขึ้นมา
“พ่อ... พ่อหมอชื่ออะไรเหรอ?”
ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพ่อจะตอบกลับมา
“พ่อหมออินทร์”
มะปรางขมวดคิ้ว ชื่อนี้คุ้นหูอย่างประหลาด แต่เธอนึกไม่ออกว่าเคยได้ยินจากที่ไหน
“โอเคค่ะพ่อ พรุ่งนี้เจอกัน”
สายถูกตัดไป
อีกด้านหนึ่ง
อำเภอหาดคำ จังหวัดหนองคาย
อินทร์นั่งขัดสมาธิอยู่บนเสื่อกกหน้าโต๊ะหมู่บูชา
ร่างสูงใหญ่ของพ่อหมอหนุ่มที่ท่อนบนเปลือยเปล่า มีเพียงกางเกงผ้าเนื้อหนาสีเข้ม บนกายเขามีรอยสักยันต์ที่หลังและอักขระขอมโบราณสลักด้วยหมึกสีดำเข้ม ลามไปถึงหัวไหล่และลำคอ เขาจุดเทียนเล่มแรกด้วยไม้ขีดไฟ
อินทร์เอื้อมมือหนาไปหยิบด้ายสายสิญจน์ขึ้นมา นิ้วมือเรียวยาวแต่หยาบกร้านค่อยๆ ออกแรงผูกปมลงบนเส้นด้ายทีละปม
เขาค่อยๆ ท่องบทสวดพระคาถา
“นะโมพุทธายะ... นะมะพะทะ... จะพะกะสะ...”
เสียงท่องคาถาดังต่อเนื่อง อินทร์ค่อยๆ นิ้วมือยังคงขยับผูกปมด้ายไปตามจังหวะบทสวด
“นะมะพะทะ... อะระหัง... โอมจิตตัง วิญญาณัง ปรโลกัง...”
วูบ!
เปลวเทียนตรงหน้าไหวจนแทบดับ ทั้งที่ไม่มีลมพัดผ่านเข้ามาแม้แต่น้อย
อินทร์เอื้อมมือไปคว้าตะกรุดทองแดงขึ้นมาวางบนฝ่ามือ แล้วกำมันไว้แน่น เสียงคาถายังคงออกจากปากไม่หยุดหย่อน เขาหยิบผ้ายันต์สีแดงขึ้นมา คลี่ผืนผ้าออกช้าๆ บนผ้ายันต์เต็มไปด้วยอักขระลงหมึกอาคม อินทร์วางมันลงตรงกลางโต๊ะไม้ ก่อนจะจิ้มปลายมีดหมอเล่มเล็กสลักงาช้างลงไปตรงกลางผ้ายันต์
กึก!
สิ้นเสียงมีดหมอ เสียงท่องคาถาหยุดลงทันที อินทร์ค่อยๆ ถอนลมหายใจยาว วางของขลังลงบนผ้ายันต์ มุมปากหนาค่อยๆ ยกขึ้นนิดๆ ยากจะคาดเดาความหมาย ก่อนที่เขาจะยื่นหน้าไปเป่าลมเบาเทียนตรงหน้าให้ดับลง
บทล่าสุด
#41 บทที่ 41 เค้นความจริง
อัปเดตล่าสุด: 10/29/2026#40 บทที่ 40 คนแปลกหน้า
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#39 บทที่ 39 หุ่นพยนต์
อัปเดตล่าสุด: 10/28/2026#38 บทที่ 38 ตะกรุดคุ้มภัย
อัปเดตล่าสุด: 10/27/2026#37 บทที่ 37 ใครเป็นคนทำ
อัปเดตล่าสุด: 10/26/2026#36 บทที่ 36 ต้องมีคนอยู่เบื้องหลัง
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2026#35 บทที่ 35 พิธีจริง
อัปเดตล่าสุด: 10/25/2026#34 บทที่ 34 ก่อนเปิดงาน
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2026#33 บทที่ 33 กรุ้มกริ่ม
อัปเดตล่าสุด: 10/24/2026#32 บทที่ 32 สอนรำเอง
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
โซ่ปรารถนา คุณหมอศัลย์
'อังคณา' พยาบาลสาวจบใหม่ประชดรักหักหลังด้วยการปล่อยตัวปล่อยใจไปกับค่ำคืนวันไนท์สแตนท์ เธอคิดว่ามันจะเป็นแค่ความทรงจำตื่นสายที่แยกย้ายแล้วจบกัน แต่ใครจะคิดว่า 'กระสุนนัดเดียว' ของชายแปลกหน้าในคืนนั้นจะแม่นยำจนทำให้เธอตั้งครรภ์!
และที่ช็อกยิ่งกว่า... คือพ่อของลูกดันเป็นถึง 'นายแพทย์ภาคินทร์' ศัลยแพทย์หนุ่มสุดเนี้ยบ ทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอันดับต้น ๆ ของประเทศ แถมเขายังเป็นหมอในโรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ด้วย!
การแต่งงานสายฟ้าแลบเกิดขึ้นตามคำสั่งของประมุขตระกูล ภาคินทร์ยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ทว่าเขากลับสวมหน้ากากเฉยชาและบอกว่าทั้งหมดคือ ‘หน้าที่’ ทำให้อังคณาต้องเจียมตัว รักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เขาอึดอัด
โดยที่เธอไม่เคยรู้เลยว่า... ภายใต้แววตานิ่งสนิทคู่นั้น หมอหนุ่มแทบจะบ้าตายทุกครั้งที่มีชายอื่นเข้าใกล้เธอ!
เมื่อความลับใต้พรมเริ่มปะทุ และวิกฤตร้ายแรงในครรภ์เข้าขั้นวิกฤต คุณหมอผู้ไร้ความรู้สึกจะทำอย่างไร เมื่อรู้ว่า ‘หน้าที่’ นี้... แท้จริงแล้วมันคือ ‘ความปรารถนา’ ที่เขาอยากครอบครองเธอมาตั้งแต่แรกพบ
ร้ายซ่อนรักฉบับโหด
เขา ริกกี้ ชีวิตที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์ หัวหน้าทีม RED SUN ผู้ซ่อนรอยร้าวไว้ใต้ใบหน้าแสนเลือดเย็น ความหื่นร้ายของเขาสยบผู้หญิงได้ทั่วราชอาณาจักร ยกเว้น...
ปัง!!
ใครจะคิดว่าในโลกนี้ยังมีคนโง่เอาตัวเข้าไปบังกระสุนให้คนอื่นโดยที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย ทว่า เสียงกระสุนที่ดังขึ้นในวันนั้นกลับเป็นเหมือนด้ายแดงผูกโชคชะตาของหัวใจสองดวงเข้าไว้ด้วยกัน
My Husband คุณสามีเมื่อไหร่จะหย่า?
ว่าที่เจ้าบ่าวรู้เรื่องก็กับรีบเอ่ยปากตั้งเงื่อนไขการหย่าตั้งแต่ยังไม่ทันได้แต่งงาน
แล้วแบบนี้เธอจะใช้ชีวิตหลังแต่งงานกับเขาได้ยังไงกัน?
เมื่อเขาปากร้าย ส่วนเธอไม่ชอบพูด
แต่เมื่อเธอเลือกพูด สิ่งที่พูดออกไปคือ “กลับมาแล้วเราไปหย่ากัน! ไม่ต้องรอแล้ว หย่ากันเลย!!” เพียงประโยคเดียวสั้น ๆ
ทำให้ชายหนุ่มที่อยู่ไกลเริ่มร้อนลน ทั้งเคยพูดเรื่องหย่าอยู่บ่อยครั้ง ได้ยินคำจริงจังนั่นถึงกับรีบแจ้นกลับมา
แล้วตกลงคุณสามี ตกลงอยากหย่า หรือ ไม่อยากหย่านะ?
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
So Sick รักษาหัวใจนายเจ้าเล่ห์
"ฉันไปทำเธอตอนไหน?"
"ตอนไหนเหรอ ก็เมื่อคืนไงไอ้คนทุเรศ!"
"เมื่อคืนฉันเมาเละ อย่ามาใช้มุกตื้น ๆ จับฉันมันไม่สำเร็จ"
"จับบ้าอะไรฮะ ฉันโดนข่มขืนฉันเสียหายนะไอ้ชั่ว"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ"
"เมาเหมือนหมาแล้วจำไม่ได้ว่าข่มขืนผู้หญิงเหรอ!"
"ก็บอกว่าไม่ได้ทำไงวะ!"
"ก็บอกว่าทำไงวะ!!"
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
แค้นรัก มาเฟียร้าย (ซีรีส์ชุดDARK )
'ดาเรนเต้ ราฟาเอลโล' มาเฟียตัวฉกาจหนึ่งในสมาชิกแก๊งค์DARK
เธอจะสามารถหลุดพ้นจากบวงแค้นนี้ได้หรือไม่?!
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”













